Blog

  • เราจะพบเจอ “ดาราหนังเอวี” ได้ที่ไหนบ้าง? เจาะลึกโลกนอกจอของดาวดังแห่งวงการเอวีญี่ปุ่น

    เราจะพบเจอ “ดาราหนังเอวี” ได้ที่ไหนบ้าง? เจาะลึกโลกนอกจอของดาวดังแห่งวงการเอวีญี่ปุ่น

    30 ดาราหนังโป๊ AV ตัวท็อป ญี่ปุ่น ที่จะเดินทางมาประเทศไทย

    ในยุคที่วงการเอวีญี่ปุ่น (Japanese Adult Video หรือ JAV) เติบโตอย่างมหาศาล ดาราหนังเอวีหลายคนไม่ได้เป็นเพียงนักแสดงที่มีชื่อเสียงในจอเท่านั้น แต่ยังกลายเป็น “คนดังระดับไอดอล” ที่มีฐานแฟนคลับทั่วโลก และแน่นอนว่าแฟนๆ จำนวนไม่น้อยก็ใฝ่ฝันอยากจะพบพวกเธอตัวจริงสักครั้งในชีวิต

    คำถามคือ… เราจะสามารถพบเจอดาราเอวีตัวจริงได้ที่ไหนบ้าง?
    บทความนี้จะพาคุณไปสำรวจทุกมุม ทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศ ตั้งแต่กิจกรรมแฟนอีเวนต์ งานเปิดตัวสินค้า ไปจนถึงคาเฟ่สุดลับที่มีนางเอกเอวีมานั่งพูดคุยกับแฟนๆ แบบใกล้ชิด


    เสน่ห์ของ “ดาราเอวีญี่ปุ่น” ที่ทำให้แฟนๆ อยากเจอตัวจริง

    จากนักแสดงสู่เซเลบระดับโลก

    ในอดีต ดาราเอวีมักจะถูกมองว่าอยู่ในวงการเฉพาะกลุ่ม แต่ปัจจุบันพวกเธอกลับกลายเป็น “อินฟลูเอนเซอร์” ที่มีผู้ติดตามนับล้านบนโซเชียลมีเดีย เช่น Twitter, Instagram และ TikTok
    ชื่ออย่าง Yua Mikami (มิคามิ ยูอะ), Eimi Fukada (เอมิ ฟูคาดะ) หรือ Yui Hatano (ยูอิ ฮาตาโนะ) กลายเป็นที่รู้จักในวงกว้าง พวกเธอไม่เพียงทำงานในหนังผู้ใหญ่เท่านั้น แต่ยังปรากฏตัวในรายการทีวี มิวสิกวิดีโอ ไปจนถึงงานอีเวนต์แฟนมีตทั่วเอเชีย

    ความใกล้ชิดที่จับต้องได้

    เสน่ห์ของดาราเอวีคือ “ความเข้าถึงง่าย” พวกเธอมักมีอีเวนต์ที่ให้แฟนคลับได้ถ่ายรูป พูดคุย และรับลายเซ็นแบบเป็นกันเอง ต่างจากดาราฮอลลีวูดหรือไอดอลทั่วไปที่มักมีระยะห่างจากแฟนๆ มากกว่า


    พิกัดยอดนิยมในญี่ปุ่น ที่คุณอาจได้เจอดาราเอวีตัวจริง

    1. ร้านหนังสือและร้าน DVD เชิงเฉพาะทาง

    หนึ่งในสถานที่ที่แฟนๆ เอวีมักพบเจอดาราตัวจริงคือ “ร้านหนังสือสำหรับผู้ใหญ่” เช่น

    • ร้าน Sofmap, Tsutaya หรือ M’s Pop Life (อากิฮาบาระ)
      ที่นี่มักจัดกิจกรรมแจกลายเซ็นและเปิดตัวผลงานใหม่ โดยดาราเอวีชื่อดังจะมาพบแฟนๆ แบบใกล้ชิด ถ่ายรูปคู่ หรือจับมือได้จริง
      งานเหล่านี้มักจำกัดจำนวนผู้เข้าร่วมและต้องซื้องานของเธอ เช่น DVD หรือ photobook เพื่อรับบัตรเข้างาน

    2. งานแฟนอีเวนต์ใหญ่ระดับประเทศ

    • Adult Broadcasting Awards (ABA)

    • AV Open Japan

    • Tokyo Adult Expo (TAE)

    งานเหล่านี้เป็นเทศกาลใหญ่ของวงการเอวีที่รวมเหล่าดาราดังระดับตำนานไว้ครบ เช่น มิคามิ ยูอะ, ฟูคาดะ เอมิ, อาโออิ สึบาสะ ฯลฯ
    ผู้เข้าชมสามารถถ่ายรูป ขอเซ็นชื่อ และพูดคุยกับดาราที่ชื่นชอบได้โดยตรง เป็นเหมือน “Comic-Con ของโลกเอวี”

    3. คาเฟ่และบาร์ที่ดาราเอวีเป็นเจ้าของ

    แฟนคลับหลายคนอาจไม่รู้ว่า ดาราเอวีจำนวนไม่น้อยเปิด คาเฟ่หรือบาร์ของตนเอง เช่น

    • บาร์ของอดีตนางเอกเอวี “Asuka Kirara” ในโตเกียว

    • คาเฟ่แนวเซ็กซี่ที่จัดธีมพิเศษโดย “Shou Nishino” หรือ “Ai Uehara”

    ที่นี่แฟนๆ สามารถพูดคุยกับเจ้าของร้านหรือพนักงานที่เป็นอดีตนักแสดงเอวีได้ในบรรยากาศผ่อนคลาย

    4. กิจกรรม Live Streaming และงานออนไลน์

    ยุคหลังโควิด-19 ทำให้ดาราเอวีจำนวนมากหันมาจัดกิจกรรมออนไลน์ เช่น

    • Live พูดคุยกับแฟนคลับผ่าน Zoom

    • การเปิดขายคลิปพิเศษพร้อมตอบคำถามแบบเรียลไทม์

    • เซสชัน “แฟนมีตดิจิทัล” ที่สามารถพูดคุยแบบตัวต่อตัวได้

    นี่คือช่องทางใหม่ที่แฟนทั่วโลกสามารถ “พบเจอ” นางเอกเอวีได้โดยไม่ต้องบินไปญี่ปุ่น


    นอกญี่ปุ่น: จุดที่แฟนต่างชาติอาจได้เจอ “ดาวเอวี” ตัวจริง

    1. งานแฟนมีตในเอเชีย

    หลายดาราเอวีชื่อดัง เช่น มิคามิ ยูอะ หรือ เอมิ ฟูคาดะ มักเดินสายแฟนมีตในประเทศต่างๆ เช่น ไต้หวัน, ฮ่องกง, เกาหลีใต้, สิงคโปร์ และประเทศไทย
    ในไทยเอง เคยมีงาน “Yua Mikami Fan Meeting” ที่จัดขึ้นในกรุงเทพฯ ซึ่งบัตรขายหมดภายในไม่กี่ชั่วโมง

    2. งาน Comic & Cosplay Festival

    ดาราเอวีบางคนชื่นชอบการแต่งคอสเพลย์และเข้าร่วมงาน Comic Festival หรือ Anime Expo ในฐานะแขกรับเชิญ ซึ่งแฟนๆ สามารถเข้าพูดคุยหรือถ่ายรูปได้

    3. งานถ่ายโฆษณาและกิจกรรมแบรนด์

    แบรนด์ญี่ปุ่นหลายแห่ง เช่น เครื่องสำอาง เสื้อผ้า หรือเกมมือถือ มักจ้างดาราเอวีมาเป็นพรีเซ็นเตอร์
    ตัวอย่างเช่น “Yua Mikami” เคยเป็นพรีเซ็นเตอร์ให้กับเกมมือถือชื่อดัง และเดินทางมาทำกิจกรรมที่กรุงเทพฯ


    การพบเจออย่างเหมาะสม: มารยาทที่แฟนคลับควรรู้

    เคารพขอบเขตส่วนตัว

    แม้จะเป็นงานพบปะ แต่ควรเคารพพื้นที่ส่วนตัวของนักแสดง ห้ามสัมผัสโดยไม่ได้รับอนุญาต และไม่ควรถ่ายภาพหรือคลิปโดยไม่ได้รับอนุญาตจากเจ้าหน้าที่งาน

    ห้ามถามคำถามส่วนตัวเกินขอบเขต

    คำถามเช่น “คุณมีแฟนไหม” หรือ “คุณจะกลับมาเล่นหนังอีกไหม” มักเป็นเรื่องที่ดาราเอวีไม่อยากตอบ ควรถามในเชิงชื่นชมผลงานแทน เช่น “ผมชอบการแสดงของคุณในเรื่องล่าสุดมากเลยครับ”

    สนับสนุนอย่างสุภาพ

    การซื้อสินค้าของเธอ เช่น photobook หรือ merchandise เป็นการให้กำลังใจที่เหมาะสมที่สุด


    เจาะเบื้องหลัง: ชีวิตดาราเอวีนอกจอ

    แม้พวกเธอจะโด่งดังในวงการ แต่ในชีวิตจริง ดาราเอวีจำนวนมากใช้ชีวิตเรียบง่าย
    บางคนเรียนต่อ บางคนเปิดธุรกิจ หรือแม้กระทั่งทำงานประจำในบริษัททั่วไป ซึ่งการเข้าร่วมอีเวนต์แฟนมีตถือเป็นช่องทางหนึ่งในการติดต่อกับแฟนๆ โดยตรง
    นักแสดงหลายคนมองว่า การได้พูดคุยกับแฟนๆ คือ “พลังใจ” ที่ทำให้พวกเธออยากพัฒนาตัวเองต่อไป

    สาวคนดังเดบิวต์ AV แค่ปล่อยภาพก็ทำแฟน ๆ ตั้งตารอ คาดดาวรุ่งดวงใหม่!


    ตัวอย่างดาราเอวีที่จัดแฟนมีตบ่อย

    Yua Mikami (มิคามิ ยูอะ)

    จัดแฟนมีตทั้งในญี่ปุ่นและต่างประเทศอย่างต่อเนื่อง มักมีแฟนคลับจากไทยเข้าร่วมจำนวนมาก

    Eimi Fukada (เอมิ ฟูคาดะ)

    เป็นหนึ่งในนางเอกเอวีที่ใช้โซเชียลเก่งที่สุด เธอมักจัดกิจกรรม Q&A สดบน YouTube และ Twitter Spaces

    Yui Hatano (ยูอิ ฮาตาโนะ)

    เธอมักเดินทางมาร่วมอีเวนต์ในเอเชีย โดยเฉพาะฮ่องกงและไต้หวัน และมักถ่ายรูปกับแฟนอย่างเป็นกันเอง

    Airi Suzumura (ไอริ สุซุมุระ)

    แม้จะออกจากวงการแล้ว แต่ยังคงจัดแฟนมีตในฐานะศิลปินและเจ้าของแบรนด์สินค้า


    สรุป: พบเจอดาราเอวีได้จริง แต่อย่าลืม “เคารพและชื่นชม”

    จากอดีตที่การพบเจอดาราเอวีเป็นเรื่องไกลตัว ปัจจุบันกลับกลายเป็นเรื่องปกติ เพราะพวกเธอเป็นทั้งนักแสดง ศิลปิน และผู้ประกอบการในเวลาเดียวกัน
    แฟนๆ สามารถพบเจอได้ในงานแฟนอีเวนต์ ร้านคาเฟ่ งานประกวด หรือแม้แต่ในโลกออนไลน์
    แต่สิ่งสำคัญที่สุดคือ “การเคารพในความเป็นมนุษย์ของพวกเธอ” เพราะเบื้องหลังความสวยและความดัง คือคนทำงานที่ทุ่มเทไม่ต่างจากอาชีพอื่นในวงการบันเทิง


    FAQ (คำถามที่พบบ่อย)

    1. ถ้าอยากเจอดาราเอวีตัวจริง ต้องไปที่ไหน?
    สามารถพบได้ตามงานแฟนอีเวนต์ในญี่ปุ่น เช่น Tokyo Adult Expo หรือร้าน M’s Pop Life ที่อากิฮาบาระ

    2. ต้องซื้อตั๋วไหมถึงจะเข้าได้?
    ส่วนใหญ่ต้องซื้อสินค้าของนักแสดง เช่น DVD หรือ photobook เพื่อรับบัตรเข้างาน

    3. ดาราเอวีเดินทางมาจัดงานในประเทศไทยบ้างไหม?
    มี เช่น Yua Mikami และ Eimi Fukada เคยจัดแฟนมีตในกรุงเทพฯ และงานโชว์ตัวกับแบรนด์ต่างๆ

    4. สามารถถ่ายรูปกับพวกเธอได้ไหม?
    ได้ หากเป็นกิจกรรมที่อนุญาต เช่น ถ่ายรูปคู่ในรอบจับมือหรือรอบลายเซ็น แต่ต้องปฏิบัติตามกติกาของงาน

    5. มีคาเฟ่หรือบาร์ของดาราเอวีจริงไหม?
    มีจริง เช่น บาร์ของ Asuka Kirara ในโตเกียว และคาเฟ่ธีมเอวีในย่านชินจูกุ

    6. ดาราเอวีส่วนใหญ่เป็นมิตรกับแฟนไหม?
    ใช่ ส่วนใหญ่เป็นกันเองและสุภาพ เพราะพวกเธอรู้ว่าฐานแฟนคลับคือหัวใจสำคัญของความสำเร็จ


  • หนัง Fast Racing Jazz (2025) หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง

    หนัง Fast Racing Jazz (2025) หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง

    บทความวิจารณ์ภาพยนตร์: หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง (Luang Pee Jazz the Racing)

    ชื่อเรื่อง: หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง (Luang Pee Jazz the Racing) ประเภท: ตลก (Comedy) ผู้กำกับ: ผดุง ทรงแสง (แจ๊ส ชวนชื่น), นโม พุธโธ สังโข (พชร์ อานนท์) นักแสดงนำ: ผดุง ทรงแสง (แจ๊ส ชวนชื่น), ชูเกียรติ เอี่ยมสุข (นุ้ย เชิญยิ้ม), ปุณณสา พรหมยศ, องอาจ เจียมเจริญพรกุล (โตส ทศพล) กำหนดฉายในไทย (โดยประมาณ): 1 พฤษภาคม 2025 คะแนน IMDB (โดยประมาณ): ยังไม่มีคะแนนเป็นทางการ (แต่แนวโน้มคะแนนรีวิวจากผู้ชม/นักวิจารณ์จะอยู่ในช่วง 3/10 ถึง 6/10 ขึ้นอยู่กับความชอบส่วนบุคคล)


     

    🎬 เรื่องย่อโดยละเอียด (Plot Summary)

     

    ภาพยนตร์ หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง เป็นภาคต่อที่เล่าเรื่องราวหลังจากที่ตัวละครหลักอย่าง หลวงพี่แจ๊ส (รับบทโดย แจ๊ส ชวนชื่น) ต้องประสบกับเหตุการณ์ที่ทำให้ต้อง อาบัติปาราชิก ซึ่งหมายถึงการขาดจากความเป็นพระอย่างถาวร ทำให้หลวงพี่แจ๊สต้องกลับมาใช้ชีวิตฆราวาส หรือ “ชีวิตทางโลก” อีกครั้งโดยไม่คาดฝัน

    • จุดเริ่มต้นของหายนะ: หลวงพี่แจ๊สที่เคยใช้ชีวิตอย่างสงบในร่มกาสาวพัสตร์ ต้องเผชิญกับการเปลี่ยนแปลงครั้งใหญ่ ต้องสลัดผ้าเหลืองและหันมาปรับตัวกับชีวิตใหม่ที่เต็มไปด้วยความวุ่นวาย
    • ชีวิตฆราวาสกับการงานใหม่: แจ๊สต้องเริ่มต้นทำงานใหม่เพื่อประทังชีวิต ซึ่งตามเรื่องย่อคือการต้องมาเป็น “คนส่งของ” (ฮ้อบไว้/ไรเดอร์) หรือที่เรียกกันว่า “บาร์โค้ด” ทำให้เขาต้องออกไปเผชิญหน้ากับผู้คนและสถานการณ์ตลกขบขันมากมายบนท้องถนน
    • ภารกิจกลับสู่สนามซิ่ง (The Racing): เรื่องราวซับซ้อนขึ้นเมื่อมีตัวละครที่เกี่ยวข้องกับอดีตของเขาโผล่มา อดีตของแจ๊สคือเป็นนักซิ่งรถที่มีฝีมือ ภารกิจจึงเริ่มขึ้นเมื่อมีโค้ชสองคนพยายามโน้มน้าวให้แจ๊สกลับมาสู่สนามแข่งรถอีกครั้งเพื่อเข้าแข่งขันชิงแชมป์โลก โดยทั้งสองโค้ชยอมถึงขั้นไปเป็น “เด็กวัด” เพื่อเกลี้ยกล่อมเขา
    • การผจญภัยสุดอลหม่าน: ตลอดเรื่องผู้ชมจะได้เห็นการปะทะกันระหว่างชีวิตทางธรรม (ที่หลุดพ้นไปแล้ว) กับชีวิตทางโลก (ที่ต้องดิ้นรน) และเรื่องราว “โคตรซิ่ง” ที่มาพร้อมกับมุกตลกตามสไตล์ของแจ๊สและแก๊งตลก ซึ่งรวมถึงการเผชิญหน้ากับเหล่าแก๊งเด็กแว้น และสถานการณ์ตลกในชีวิตประจำวันของคนส่งของ
    • คำถามสุดท้าย: เวลาผ่านไปจนใกล้ถึงวันแข่งขันชิงแชมป์โลก แผนการพา “นักซิ่ง” กลับสู่สนามก็เริ่มเลือนราง โค้ชจะสามารถพาอดีตหลวงพี่แจ๊สกลับไปซิ่งได้หรือไม่ หรือแจ๊สจะสามารถกลับมาบวชอีกครั้งได้หรือไม่ (ซึ่งตามธรรมวินัยแล้วเป็นไปไม่ได้หากอาบัติปาราชิกจริง แต่หนังอาจมีการตีความในแบบตลก) คือประเด็นหลักที่ต้องติดตาม

     

    📝 บทวิจารณ์และสปอยล์ (Review & Spoilers)

     

     

    1. สปอยล์สำคัญ: จุดที่เน้นย้ำและข้อคิดที่ซ่อนอยู่

     

    • การอาบัติปาราชิก: แม้จะไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดว่า “หลวงพี่แจ๊ส” อาบัติด้วยเรื่องอะไรในเนื้อเรื่องย่อ แต่เรื่องราวดำเนินไปบนสมมติฐานที่เขาต้องออกจากร่มกาสาวพัสตร์อย่างแน่นอน
    • บทเรียนสำหรับเด็กแว้น: สารคดีมักจะมีการแทรกฉากหรือข้อคิดในช่วงท้ายเรื่องเพื่อ ตักเตือนเด็กแว้น และเยาวชน ให้ตระหนักถึงผลเสียของการแข่งรถบนถนนสาธารณะ ซึ่งเป็นจุดที่ผู้สร้างภาพยนตร์ของค่ายนี้มักจะสอดแทรกเข้ามาในหนังตลกแนวสะท้อนสังคม
    • การเล่าเรื่องเน้นความตลกเฉพาะกลุ่ม: สปอยล์ที่สำคัญที่สุดคือรูปแบบมุกตลกที่เน้นไปที่การใช้คำพูดเฉพาะตัวของแจ๊ส, มุกตลกทางกายภาพ (Slapstick) และการปรากฏตัวของตัวละครดังในโลกออนไลน์ (เช่น ป้ารัตนา) ที่มา “ด่า” ตัวละครหลัก ซึ่งเป็นมุกที่บางกลุ่มอาจจะรู้สึกตลกมาก แต่บางกลุ่มจะรู้สึกว่า ไม่ตลกเลย
    • จุดจบที่คาดเดาได้: หนังประเภทนี้มักจะจบลงด้วย การคืนดี/ความเข้าใจ และการตอกย้ำข้อคิดเชิงบวก แม้ว่าเส้นเรื่องหลักจะเต็มไปด้วยความอลหม่านก็ตาม

     

    2. บทวิจารณ์ (Critique)

     

    • ความสำเร็จด้านความตลก (สำหรับบางกลุ่ม): หากผู้ชมเป็นแฟนคลับของ “แจ๊ส ชวนชื่น” และมุกตลกเฉพาะตัว รวมถึงชอบการแสดงของตัวละครสมทบอย่าง “ป้ารัตนา” หรือ “บอล เชิญยิ้ม” (ที่บางคนว่าเป็นตัวละครที่ “เวิร์คที่สุดในเรื่อง”) พวกเขาจะได้รับความบันเทิงและเสียงหัวเราะตามสูตรสำเร็จที่คุ้นเคย
    • การเล่าเรื่องที่หลวมและไม่สุดทาง: นักวิจารณ์ส่วนใหญ่ให้ความเห็นว่าบทภาพยนตร์ “ขาดความน่าสนใจ” และ “ไม่สุดทาง” ในทุกประเด็นที่หยิบยกมาเล่า ไม่ว่าจะเป็นเรื่องชีวิตใหม่ของอดีตพระ, ชีวิตของคนส่งของ, หรือเรื่องการแข่งรถ ฉากต่างๆ มักจะตัดไปตัดมาอย่างรวดเร็วเพื่อเข้าสู่มุกตลก ทำให้ขาดการพัฒนาตัวละครและความผูกพันทางอารมณ์
    • การพึ่งพามุกตลกที่ซ้ำซาก: มุกตลกส่วนใหญ่วนเวียนอยู่กับการ “ด่าหน้าตาแจ๊ส” หรือให้แจ๊สแต่งตัวแปลกๆ ทำให้บางคนรู้สึกว่านี่ไม่ใช่หนังตลกที่แท้จริง แต่เป็นเพียงการรวมเอาฉากตลกแบบสเก็ตช์มาต่อกันเท่านั้น ซึ่งมุกเด็ดๆ มักจะถูกปล่อยออกมาหมดแล้วในตัวอย่าง
    • ข้อคิดที่ไม่ลงตัว: แม้จะมีความพยายามสอดแทรกข้อคิดเตือนใจเกี่ยวกับเด็กแว้น แต่การนำเสนออาจจะไม่ได้ผสานเข้ากับเนื้อเรื่องอย่างเป็นธรรมชาติ ทำให้ดูเหมือนเป็นส่วนที่ถูกเพิ่มเข้ามาภายหลัง

     

    3. สรุปโดยรวม

     

    หลวงพี่แจ๊สโคตรซิ่ง เป็นภาพยนตร์ตลกไทยที่สร้างขึ้นมาเพื่อตอบสนองกลุ่มเป้าหมายเฉพาะที่ชื่นชอบมุกตลกแนวตลาดและคาดหวังความบันเทิงจากนักแสดงตลกที่พวกเขาชื่นชม โดยไม่ต้องคำนึงถึงความสมเหตุสมผลของบทภาพยนตร์ หากคุณต้องการ “ปิดสมอง” และหัวเราะไปกับการแสดงของแจ๊ส ชวนชื่น หนังเรื่องนี้อาจตอบโจทย์ได้ แต่หากคุณกำลังมองหาภาพยนตร์ที่มีบทที่แข็งแรง มีเนื้อหาที่น่าติดตาม หรือมุกตลกที่สร้างสรรค์และไม่ซ้ำซาก ภาพยนตร์เรื่องนี้อาจทำให้คุณรู้สึกว่า “โคตรไม่ซิ่ง” เท่าที่ชื่อเรื่องกล่าวอ้าง

    คะแนนวิจารณ์ (ภาพรวม): 5.5/10 (ตลกตามสูตร แต่ไม่สุดทาง)

    ตัวอย่างหนัง

     

  • “ภาพจำลบยาก”: อดีตสาว Playboy สู่เวทีแกรนด์ – ‘เบบี๋’ ขอโอกาสสังคมเริ่มต้นชีวิตใหม่

    “ภาพจำลบยาก”: อดีตสาว Playboy สู่เวทีแกรนด์ – ‘เบบี๋’ ขอโอกาสสังคมเริ่มต้นชีวิตใหม่

    เจาะลึกเส้นทางก่อนหน้าของเบบี๋ ซึ่งเคยเป็นที่รู้จักในวงการเซ็กซี่มาก่อน โดยเธอเคยเข้าร่วมการประกวดและติดกลุ่ม Top Bunny ของ Playboy Thailand ในปี 2019 รวมถึงการทำงานเป็นเน็ตไอดอลสายเซ็กซี่ การตัดสินใจเดินเข้าสู่เวทีมิสแกรนด์ถูกมองว่าเป็นการ พลิกบทบาทครั้งสำคัญ เพื่อให้ชีวิตได้รับโอกาสที่ดีและมั่นคงกว่าเดิม อย่างไรก็ตาม ประวัติการทำงานที่ถูกระบุว่าเป็น “ภาพจำที่ลบยาก” นี้ ได้ถูกขุดคุ้ยหลังการได้รับตำแหน่งเพียงวันเดียว และกลายเป็นหลักฐานสำคัญที่ทำให้เธอต้องพ้นจากตำแหน่ง โดยเบบี๋กล่าวว่าเธออยากให้องค์กรเห็น ศักยภาพ และโอกาสในการเปลี่ยนแปลงของเธอมากกว่าอดีตที่ผิดพลาด

  • Apple อ้าง “รอยขีดข่วน” บน iPhone 17 Pro ไม่ใช่รอยจริง แต่เกิดจากแท่น MagSafe

    Apple อ้าง “รอยขีดข่วน” บน iPhone 17 Pro ไม่ใช่รอยจริง แต่เกิดจากแท่น MagSafe

    หลังจากมีรายงานแพร่หลายว่า iPhone 17 Pro รุ่นใหม่ของ Apple มีแนวโน้มที่จะเกิดรอยขีดข่วนด้านหลังได้ง่ายกว่าปกติ ล่าสุดทางบริษัทได้ออกมาตอบโต้เรื่องนี้แล้ว

    Apple เปิดเผยกับเว็บไซต์ 9to5Mac ว่าสิ่งที่ผู้คนเห็นบนเครื่องโชว์ในร้านค้าและเข้าใจว่าเป็นรอยขีดข่วนนั้น ไม่ใช่รอยขีดข่วนจริง ๆ Apple ระบุว่านี่คือ “การถ่ายโอนวัสดุ” (material transfer) ที่เกิดขึ้นจากการใช้ แท่นชาร์จ MagSafe ที่สึกหรอในร้านค้าปลีก และปรากฏการณ์นี้สามารถเกิดขึ้นได้กับ iPhone รุ่นเก่าด้วยเช่นกัน Apple อ้างว่ารอยเหล่านี้สามารถลบออกได้ด้วยการทำความสะอาด แต่ยังไม่มีการยืนยันเรื่องนี้อย่างชัดเจนในขณะนี้

    แม้ว่า Apple จะระบุว่าไม่ใช่รอยขีดข่วน แต่ร่องรอยเหล่านี้มีอยู่จริง พนักงาน Mashable รายหนึ่งรายงานว่าเห็นรอยขีดข่วนบนเครื่อง iPhone 17 Pro รุ่นสีฟ้าและสีส้มใน Apple Store

    รายงานส่วนใหญ่ชี้ว่ารอยขีดข่วนปรากฏอยู่รอบ ๆ บริเวณที่สัมผัสกับแท่น MagSafe ซึ่งสอดคล้องกับคำชี้แจงของ Apple อย่างไรก็ตาม ยังไม่มีการรับประกันว่าคำกล่าวอ้างของ Apple เป็นความจริงทั้งหมด

    ไม่ว่าจะด้วยเหตุผลใดก็ตาม การซื้อ เคส มาป้องกัน iPhone 17 Pro เครื่องใหม่ของคุณ อาจเป็นทางเลือกที่รอบคอบที่สุดครับ


    คุณคิดว่าคำอธิบายของ Apple เรื่อง “การถ่ายโอนวัสดุ” แทนที่จะเป็นรอยขีดข่วน จะช่วยให้ผู้บริโภคมั่นใจในความทนทานของ iPhone 17 Pro ได้หรือไม่?

    ข้อมูลจาก https://sea.mashable.com/

  • รีวิว: MIBB-050: Brothel Maid Seduces a Black Man

    รีวิว: MIBB-050: Brothel Maid Seduces a Black Man

    รีวิวนี้เป็นส่วนหนึ่งของกิจกรรม Review Lotto ประจำเดือนของเซิร์ฟเวอร์ JDC Discord มาร่วมเป็นส่วนหนึ่งของคอมมูนิตี้เพื่อลุ้นโอกาสเลือกวิดีโอสำหรับรีวิวครั้งต่อไปของผมได้เลย!

    MIBB-050 เป็นวิดีโอจากสตูดิโอ Milu ซึ่งกำกับโดย Haruka Yukio สตูดิโอนี้มักจะเกี่ยวข้องกับวิดีโอที่ ‘นุ่มนวล’ (softer) เน้นไปที่รสนิยมเฉพาะทาง (fetish) เกี่ยวกับเครื่องแต่งกายเป็นพิเศษ แต่วิดีโอเรื่องนี้ค่อนข้างแตกต่างออกไปเล็กน้อยครับ

    วิดีโอเริ่มต้นด้วยช่วงไม่กี่นาทีที่ Morisawa Kana (หรือรู้จักกันในชื่อ Īoka Kanako) โพสท่าในชุดกิโมโน ดูสง่างามมาก จากนั้นเราจะได้ฟังเสียงบรรยายจาก Maurice ที่เล่าเรื่องราวการมาเยือนซ่องโสเภณีของเขา

    นอกเหนือจากการบรรยายสั้นๆ นี้แล้ว เนื้อเรื่องก็มีน้อยมาก โดยหลักๆ แล้วมันคือฉากที่ Kana และ Maurice มีเพศสัมพันธ์กันในห้องต่างๆ ของบ้านญี่ปุ่นแบบดั้งเดิม โดยที่ Kana สวมชุดกิโมโนที่แตกต่างกันไป

    วิดีโอนี้ ผลิตออกมาได้ดี มีการแสดงที่ดี และการจัดแสงก็ทำได้ดีเป็นพิเศษ อย่างไรก็ตาม แม้ว่าผมจะเพลิดเพลินกับวิดีโอนี้ แต่ก็มี น้อยมากที่จะทำให้มันโดดเด่นเป็นพิเศษ กว่าเรื่องอื่นๆ ครับ